leer
Webdesign Erfurt Logo
Erfurt live Header8
หน้าแรก arrow การประเมินการใช้ยา
Erfurt live Header10 Erfurt live leer0

การประเมินการใช้ยา
ความหมายและแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการประเมินการใช้ยา

     การประเมินการใช้ยา (DUE) เป็นกระบวนการหรือกลไกในการประกันคุณภาพการรักษาด้วยยาอย่างเป็นระบบ  เพื่อที่จะให้การใช้ยานั้นเป็นการใช้อย่างเหมาะสม ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าการใช้ยานั้นจะเป็นการใช้เพื่อการรักษา (Therapeutic Use)  เพื่อการป้องกัน (Prophylactic Use)  หรือใช้แบบคาดการณ์สาเหตุไปก่อน (Empirical Use) กิจกรรมการประเมินการใช้ยา (DUE) จะต้องปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง มีโครงสร้างในการดำเนินงานที่เหมาะสม มีการมอบหมายงานและหน้าที่รับผิดชอบผ่านทางคณะกรรมการเภสัชกรรมและการบำบัด โดยควรบริหารจัดการโดยกลุ่มงานเภสัชกรรมร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์อื่น ๆ โดยจะต้องมีการนำผลการประเมินเทียบกับเกณฑ์มาตรฐานซึ่งได้พิจารณาอย่างเหมาะสมแล้ว และประเด็นที่สำคัญจะต้องมีการกำหนดวิธีการปรับปรุงแก้ไขการใช้ยาที่ไม่เข้าเกณฑ์ด้วย

เหตุผลที่จำเป็นต้องทำ  DUE
      1. มีการใช้ยาที่มีราคาแพง
      2. มีการใช้ยาที่ไม่จำเป็น
      3. มีการใช้ยาไม่สมเหตุผล
      4. มีอัตราการรักษาที่ไม่ได้ผลเพิ่มมากขึ้น
      5. มีอัตราการเกิดอาการไม่พึงประสงค์เพิ่มมากขึ้น

วัตถุประสงค์ของการทำ  DUE
      1. เพื่อสนับสนุนให้มีการใช้ยาที่ได้ประโยชน์สูงสุด
      2. เพื่อป้องกันปัญหาจากยา
      3. เพื่อประเมินประสิทธิภาพของการรักษาด้วยยา
      4. เพื่อให้มีความปลอดภัยของผู้ป่วยในเรื่องการใช้ยา
      5. เพื่อให้มีความเห็นเป็นเอกฉันท์ในกระบวนการใช้ยาโดยสหวิชาชีพ
      6. เพื่อกระตุ้นให้มีกระบวนการใช้ที่ดีขึ้น
      7. เพื่อให้มีกระบวนการใช้ยาที่เป็นมาตรฐาน
      8. เพื่อให้มีโอกาสจัดตั้งกระบวนการใช้ยาที่ทันสมัย  เป็นมาตรฐานเพื่อให้เกิดประโยชน์ทั้งผู้ป่วย  หน่วยงานและการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า
      9. เพื่อกำหนดว่าควรให้การศึกษาหรือให้ข้อมูลแก่วิชาชีพใดโดยเฉพาะ
      10.เพื่อลดค่าใช้จ่ายจากยา
      11.เพื่อให้บรรลุถึงมาตรฐานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นมาตรฐานการปฏิบัติวิชาชีพ  มาตรฐานการยอมรับของวิชาชีพและกฎหมายหรือข้อบังคับของรัฐบาล

แนวทางในการคัดเลือกยาเพื่อจัดทำ  DUE
      1. เป็นยาที่มีความถี่ของการสั่งใช้สูง
      2. เป็นยาที่มีราคาแพง
      3. เป็นยาที่มีแนวโน้มที่จะก่อให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์ หรือ เกิดปฏิกิริยากับยา กับอาหารหรือกับการตรวจวินิจฉัย
      4. เป็นยาที่ใช้กับผู้ป่วยที่มีอัตราเสี่ยงที่จะเกิดอาการไม่พึงประสงค์
      5. เป็นยาที่ต้องใช้ตามวิธีเฉพาะเท่านั้นจึงจะได้ผล  เช่น  ยาที่ต้องใช้เครื่องมือพิเศษ  เป็นต้น
      6. เป็นยาที่กำหนดในสถานพยาบาล นั้น ๆ  เช่น  ยาในบัญชี ง.  ในบัญชียาหลักแห่งชาติ  เป็นต้น
      7. เป็นยาที่มีแนวโน้มว่าจะเป็นพิษ  ได้แก่  ยาที่มี  therapeutic index  ต่ำ  เช่น  theophylline, phenytoin, lithium  เป็นต้น

ประเภทของการจัดทำ  DUE
      1. การจัดทำ  DUE  ย้อนหลัง  (Retrospective  DUE)   เก็บข้อมูลการใช้ยาหลังจากที่ผู้ป่วยได้ใช้ยาเสร็จสมบูรณ์แล้ว  ดังนั้น  การแก้ไขข้อผิดพลาด  หรือการทำให้การรักษา ด้วยยาสำหรับผู้ป่วยนั้น ๆ ดีขึ้น  ไม่อาจกระทำได้ทันท่วงที แต่  DUE ประเภทนี้ยังมีประโยชน์ คือ  ทำให้ทราบถึงความถี่ของการสั่งจ่ายยา  หรือกลุ่มยาในสถานพยาบาลนั้น ๆ  เปรียบเทียบการสั่งจ่ายยาของแพทย์กับเกณฑ์ที่กำหนดและสามารถตรวจติดตามผลของการรักษา ด้วยยาที่มีราคาแพง ได้
      2. การจัดทำ  DUE  ขณะที่มีการใช้ยา  (concurrent  DUE)   สามารถเปรียบเทียบการใช้ยากับเกณฑ์ที่กำหนดขึ้นได้  ถ้าพบปัญหาระหว่างนั้น ก็สามารถแก้ไขได้ทันที
      3. การจัดทำ  DUE  แบบไปข้างหน้า  ( Prospective  DUE)   ทำการประเมินการใช้ยาก่อนที่ผู้ป่วยจะได้รับยาขนาดแรก เปรียบเทียบการสั่งใช้ยากับเกณฑ์ที่กำหนด  ถ้าพบปัญหาหรือมีการสั่งใช้ยาที่ไม่ถูกต้อง จะสามารถทำการแก้ไขได้ทันทีก่อนที่จะให้ยาแก่ผู้ป่วย กระบวนการนี้ เปรียบเสมือนการตรวจสอบ  “ double check”   ก่อนให้ยาแก่ผู้ป่วย

การประเมินการใช้ยามี 2 แบบ คือ
      1. Quantitative    DUE     เป็นการประเมินการใช้ยาเชิงปริมาณ ข้อมูลที่ได้จะเป็นข้อมูลการใช้เป็นกลุ่ม ซึ่งไม่สามารถใช้อธิบายคุณภาพการใช้ยา แต่นำมาใช้ประกอบการประเมินการใช้ยาเชิงคุณภาพได้
      2. Quanlitative  DUE     เป็นการประเมินการใช้ยาเชิงคุณภาพในเรื่องความเหมาะสมของการใช้ยา โดยมีเกณฑ์มาตรฐาน (Criteria) เป็นพื้นฐานในการประเมินข้อมูลที่ได้ จะสัมพันธ์กับคุณภาพของการรักษาด้วยยานั้น ๆ

แง่มุมของยาที่ควรประเมิน
      1. Justification for use  คือ   ข้อบ่งใช้ที่สมเหตุผล  เช่น  ข้อบ่งใช้ของ  Ceftazidime  ที่รับรองให้ใช้ได้ คือ ใช้สำหรับการติดเชื้อ  Pseudomonas aeruginosa  หรือ  ข้อบ่งใช้ของ  digoxin  ที่รับรองแล้ว  คือ ใช้สำหรับภาวะ  atrial arrthythmia 
      2. Process indicators   เป็นพารามิเตอร์ ต่าง ๆ ในด้านการรักษาที่สามารถตรวจวัดได้
      3. Outcome indicators  เป็นผลสำเร็จที่คาดว่าจะได้รับจากการรักษาด้วยยา  ตัวอย่างของ Outcome indicators  ของการใช้ยา  ceftazidime  ได้แก่
            -ไข้จะต้องลดลงอย่างน้อย  1  องศาเซลเซียส ภายใน  3  วัน หลังจากให้ยา  dose แรก
            -นำตัวอย่างไปเพาะเชื้อจะต้องไม่พบเชื้อภายใน  24  ชั่วโมง หลังจากหยุดยา
            -จำนวนเม็ดเลือดขาว  (White blood cell count) จะต้องอยู่ในระดับปกติ

 
Erfurt live leer
Erfurt live unten Erfurt live leer Erfurt live unten

Copyright 2009 kpjhospital Powered by kpjhospital.com E-mail-webmaster