|
การประเมินการใช้ยา (DUE) เป็นกระบวนการหรือกลไกในการประกันคุณภาพการรักษาด้วยยาอย่างเป็นระบบ เพื่อที่จะให้การใช้ยานั้นเป็นการใช้อย่างเหมาะสม ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าการใช้ยานั้นจะเป็นการใช้เพื่อการรักษา (Therapeutic Use) เพื่อการป้องกัน (Prophylactic Use) หรือใช้แบบคาดการณ์สาเหตุไปก่อน (Empirical Use) กิจกรรมการประเมินการใช้ยา (DUE) จะต้องปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง มีโครงสร้างในการดำเนินงานที่เหมาะสม มีการมอบหมายงานและหน้าที่รับผิดชอบผ่านทางคณะกรรมการเภสัชกรรมและการบำบัด โดยควรบริหารจัดการโดยกลุ่มงานเภสัชกรรมร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์อื่น ๆ โดยจะต้องมีการนำผลการประเมินเทียบกับเกณฑ์มาตรฐานซึ่งได้พิจารณาอย่างเหมาะสมแล้ว และประเด็นที่สำคัญจะต้องมีการกำหนดวิธีการปรับปรุงแก้ไขการใช้ยาที่ไม่เข้าเกณฑ์ด้วย เหตุผลที่จำเป็นต้องทำ DUE 1. มีการใช้ยาที่มีราคาแพง 2. มีการใช้ยาที่ไม่จำเป็น 3. มีการใช้ยาไม่สมเหตุผล 4. มีอัตราการรักษาที่ไม่ได้ผลเพิ่มมากขึ้น 5. มีอัตราการเกิดอาการไม่พึงประสงค์เพิ่มมากขึ้น วัตถุประสงค์ของการทำ DUE 1. เพื่อสนับสนุนให้มีการใช้ยาที่ได้ประโยชน์สูงสุด 2. เพื่อป้องกันปัญหาจากยา 3. เพื่อประเมินประสิทธิภาพของการรักษาด้วยยา 4. เพื่อให้มีความปลอดภัยของผู้ป่วยในเรื่องการใช้ยา 5. เพื่อให้มีความเห็นเป็นเอกฉันท์ในกระบวนการใช้ยาโดยสหวิชาชีพ 6. เพื่อกระตุ้นให้มีกระบวนการใช้ที่ดีขึ้น 7. เพื่อให้มีกระบวนการใช้ยาที่เป็นมาตรฐาน 8. เพื่อให้มีโอกาสจัดตั้งกระบวนการใช้ยาที่ทันสมัย เป็นมาตรฐานเพื่อให้เกิดประโยชน์ทั้งผู้ป่วย หน่วยงานและการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า 9. เพื่อกำหนดว่าควรให้การศึกษาหรือให้ข้อมูลแก่วิชาชีพใดโดยเฉพาะ 10.เพื่อลดค่าใช้จ่ายจากยา 11.เพื่อให้บรรลุถึงมาตรฐานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นมาตรฐานการปฏิบัติวิชาชีพ มาตรฐานการยอมรับของวิชาชีพและกฎหมายหรือข้อบังคับของรัฐบาล แนวทางในการคัดเลือกยาเพื่อจัดทำ DUE 1. เป็นยาที่มีความถี่ของการสั่งใช้สูง 2. เป็นยาที่มีราคาแพง 3. เป็นยาที่มีแนวโน้มที่จะก่อให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์ หรือ เกิดปฏิกิริยากับยา กับอาหารหรือกับการตรวจวินิจฉัย 4. เป็นยาที่ใช้กับผู้ป่วยที่มีอัตราเสี่ยงที่จะเกิดอาการไม่พึงประสงค์ 5. เป็นยาที่ต้องใช้ตามวิธีเฉพาะเท่านั้นจึงจะได้ผล เช่น ยาที่ต้องใช้เครื่องมือพิเศษ เป็นต้น 6. เป็นยาที่กำหนดในสถานพยาบาล นั้น ๆ เช่น ยาในบัญชี ง. ในบัญชียาหลักแห่งชาติ เป็นต้น 7. เป็นยาที่มีแนวโน้มว่าจะเป็นพิษ ได้แก่ ยาที่มี therapeutic index ต่ำ เช่น theophylline, phenytoin, lithium เป็นต้น ประเภทของการจัดทำ DUE 1. การจัดทำ DUE ย้อนหลัง (Retrospective DUE) เก็บข้อมูลการใช้ยาหลังจากที่ผู้ป่วยได้ใช้ยาเสร็จสมบูรณ์แล้ว ดังนั้น การแก้ไขข้อผิดพลาด หรือการทำให้การรักษา ด้วยยาสำหรับผู้ป่วยนั้น ๆ ดีขึ้น ไม่อาจกระทำได้ทันท่วงที แต่ DUE ประเภทนี้ยังมีประโยชน์ คือ ทำให้ทราบถึงความถี่ของการสั่งจ่ายยา หรือกลุ่มยาในสถานพยาบาลนั้น ๆ เปรียบเทียบการสั่งจ่ายยาของแพทย์กับเกณฑ์ที่กำหนดและสามารถตรวจติดตามผลของการรักษา ด้วยยาที่มีราคาแพง ได้ 2. การจัดทำ DUE ขณะที่มีการใช้ยา (concurrent DUE) สามารถเปรียบเทียบการใช้ยากับเกณฑ์ที่กำหนดขึ้นได้ ถ้าพบปัญหาระหว่างนั้น ก็สามารถแก้ไขได้ทันที 3. การจัดทำ DUE แบบไปข้างหน้า ( Prospective DUE) ทำการประเมินการใช้ยาก่อนที่ผู้ป่วยจะได้รับยาขนาดแรก เปรียบเทียบการสั่งใช้ยากับเกณฑ์ที่กำหนด ถ้าพบปัญหาหรือมีการสั่งใช้ยาที่ไม่ถูกต้อง จะสามารถทำการแก้ไขได้ทันทีก่อนที่จะให้ยาแก่ผู้ป่วย กระบวนการนี้ เปรียบเสมือนการตรวจสอบ “ double check” ก่อนให้ยาแก่ผู้ป่วย การประเมินการใช้ยามี 2 แบบ คือ 1. Quantitative DUE เป็นการประเมินการใช้ยาเชิงปริมาณ ข้อมูลที่ได้จะเป็นข้อมูลการใช้เป็นกลุ่ม ซึ่งไม่สามารถใช้อธิบายคุณภาพการใช้ยา แต่นำมาใช้ประกอบการประเมินการใช้ยาเชิงคุณภาพได้ 2. Quanlitative DUE เป็นการประเมินการใช้ยาเชิงคุณภาพในเรื่องความเหมาะสมของการใช้ยา โดยมีเกณฑ์มาตรฐาน (Criteria) เป็นพื้นฐานในการประเมินข้อมูลที่ได้ จะสัมพันธ์กับคุณภาพของการรักษาด้วยยานั้น ๆ แง่มุมของยาที่ควรประเมิน 1. Justification for use คือ ข้อบ่งใช้ที่สมเหตุผล เช่น ข้อบ่งใช้ของ Ceftazidime ที่รับรองให้ใช้ได้ คือ ใช้สำหรับการติดเชื้อ Pseudomonas aeruginosa หรือ ข้อบ่งใช้ของ digoxin ที่รับรองแล้ว คือ ใช้สำหรับภาวะ atrial arrthythmia 2. Process indicators เป็นพารามิเตอร์ ต่าง ๆ ในด้านการรักษาที่สามารถตรวจวัดได้ 3. Outcome indicators เป็นผลสำเร็จที่คาดว่าจะได้รับจากการรักษาด้วยยา ตัวอย่างของ Outcome indicators ของการใช้ยา ceftazidime ได้แก่ -ไข้จะต้องลดลงอย่างน้อย 1 องศาเซลเซียส ภายใน 3 วัน หลังจากให้ยา dose แรก -นำตัวอย่างไปเพาะเชื้อจะต้องไม่พบเชื้อภายใน 24 ชั่วโมง หลังจากหยุดยา -จำนวนเม็ดเลือดขาว (White blood cell count) จะต้องอยู่ในระดับปกติ |